ดูหนังฟรี ดูหนังออนไลน์ฟรี

รูปแบบของหนังออนไลน์ที่ต้องรู้

The Host – คนสองรักสองวิญญาณ กลับมาอีกครั้งกับหนังที่เกิดจากงานการเรียบเรียงของสเตฟานี่ เมเยอร์ ที่เคยสร้างปรากฎการณ์ Twilight มาแล้ว

The Host

เรื่องราวและการประชาสัมพันธ์ทำให้ The Host มีความน่าดึงดูดใจกับตำนานความรักสามเส้าที่มีส่วนประกอบของไซไฟเข้ามายุ่งเกี่ยว ซึ่งตัวหนังก็ยังคงความมนต์เสน่ห์ (ความเลี่ยน) ที่เคยมีใน Twilight ได้กับภาวะความรักรูปแบบแปลกๆ ระหว่างสิ่งมีชีวิตต่างสายพันธุ์ แต่สิ่งที่รู้สึกได้อย่างหนึ่งที่ทำให้ The Host ไม่น่าจะสร้างปรากฎการณ์ได้อย่าง Twilight ก็คือ กลุ่มผู้แสดงนำที่เหล่าผู้แสดงนำทั้ง เซียร์ช่า โรแนน, เจค อาเบล และ แม็กซ์ ไอร์อ่อน มีเสน่ห์สู้ทีม Twilight ไม่ได้เลยThe Host เล่าตำนานบนโลกที่ถูกมนุษย์ต่างดาวเข้า เข้ายึดครองไว้เกือบหมด โดยการเข้ายึดร่างของมนุษย์และใช้ชีวิตในร่างมนุษย์นั้น เมลานี่ สไตรย์เดอร์ (เซียร์ช่า โรแนน) คือหญิงสาวอีกคนที่ถูกเอเลี่ยนนามวันเดอเรอร์เข้ายึดร่าง แต่ว่าจิตใจของเมลานี่ยังคงอยู่และต่อสู้ จนวันเดอเรอร์เริ่มสัมผัสได้ถึงบรรยากาศและความรักของมนุษย์

สาระหลักของ The Host นั้น เรียกได้ว่าล้ำเกินคำบรรยาย กับผู้หญิงที่มี 2 ดวงจิตที่แต่ละจิตใจมีบรรยากาศรักกับชายหนุ่มที่แตกต่างซึ่งนำแสดงโดย เจค อาเบล และ แม็กซ์ ไอร์อ่อน ซึงหนึ่งในนั้นคือความรักเพี้ยนๆ ระหว่างมนุษย์กับเอเลี่ยน เรื่องความรักต่างสายพันธุ์มันอาจเป็นจุดแข็งของเรื่องนี้กับการพรรณาด้วย สำนวนชวนหลงใหล ที่ถูกใจคอนวนิยายแต่เมื่อมันมาปรากฎบนจอภาพยนตร์ที่ทำให้เราได้เห็นกันชัดๆ ว่ารูปลักษณ์ที่แท้จริงของเอเลี่ยน (ซึ่งสภาพทางกายภาพไม่ได้แตกต่างไปจากสัตว์เซลล์เดียวเลย!) กลับรู้สึกว่าเป็นการลดทอนความโรแมนติคที่พึงมีลง (ใน Twilight ยังพอทนเพราะอย่างน้อยก็มีรูปลักษณ์ทางกายภาพเหมือนคนกว่าเอเลี่ยนใน The Host เยอะ) หนังถูกถ่ายทอดในอัตราเร่งที่ค่อนข้างเร็วพอสมควรซึ่งก็พอจะเข้าใจว่ามี ตำนานที่ต้องการเล่าเยอะ แต่นั่นก็อาจส่งผลให้บางอย่างในหนังดูง่ายดายเกินไป เช่น การเข้าร่วมกลุ่มมนุษย์ของเมลานี่ที่มีดวงวิญญาณของวันเดอเรอร์เข้าครอบงำ ซึ่งหนังบอกเล่าในจุดนี้มักง่ายเกินไป จนดูไร้เหตุผล ซึ่งฉากนี้มีผลกับความน่าไว้วางใจของหนังในภาพรวม

Oz The Great and Powerful มายาลวงของออซ หนังแนวแฟนตาซีผจญภัยของ แซม ไรมี่ ช่างเป็นอะไรที่น่าหลงใหล และยิ่งเป็นงาน 3 มิติ มันจึงยิ่งน่าหลงใหลเข้าไปใหญ่ว่าจะทำออกมาสนุกแค่ไหน

เรื่องราวใน Oz: The Great and Powerful เล่าเรื่องการก้าวขึ้นไปสู่ผู้เป็นใหญ่เป็นโตของพ่อมดออซ ที่ปรากฎใน The Wizard of Oz ซึ่งมีชื่อเต็มๆ ว่า ออซการ์ ดิ๊ก (เจมส์ ฟรังโก้) นักมายากลตกอับในแคสซัส ได้เกิดอุบัติเหตุถูกพายุพัดพาไปยังดินแดนออซ ดินแดนมหัศจรรย์ที่มีชื่อเหมือนกันกับเขา ออซถูกเข้าใจว่าเขาคือพ่อมดผู้เป็นใหญ่ผู้จะมาเป็นมหากษัตริย์และปลดแอกเมือง มรกตจากภัยจากแม่มดร้ายซึ่งเป็นผู้ปลิดชีพมหากษัตริย์องค์ก่อน ที่ทำให้เขาต้องพิสูจน์ตัวเองว่าเขาคือผู้ยิ่งใหญ่จริงหรือไม่ หนังเปิดเรื่องด้วยภาพขาวดำที่ดั่งการคารวะแก่ The Wizard of Oz หรืออีกนัยหนึ่งเป็นการสื่อถึงชีวิตอันไม่มีสีสันและไม่น่าอภิรมณ์นักของออซ ก่อนจะเป็นฉากที่มีสีสันเมื่อบอลลูนเข้าสู่ดินแดนออซที่เป็นสิ่งที่ออซวาดฝันตลอดมา กับการเป็นคนที่ขาดไม่ได้และมีสมบัติไม่รู้หมด

สิ่งที่น่ายกย่องสรรเสริญใน Oz: The Great and Powerful มีด้วยกัน 3 สิ่ง ที่ควรกล่าวถึง สิ่งแรกได้แก่ การออกแบบงานสร้าง ที่สามารถออกแบบสภาพแวดล้อมในดินแดนออซทั้่งสิ่งมีชีวิต พืช และสิ่งปลูกสร้างได้อย่างสร้างสรรค์และน่าตื่นตาตื่นใจ งาน 3 มิติ ก็ถูกนำมารับใช้เรื่องราวและฉากต่างๆ ได้อย่างคุ้มค่า หรืออาจจะต้องกล่าวว่านี่คือมาตรฐานปัจจุบันของงาน 3 มิติ ที่ควรจะทำได้แบบนี้ เรียกได้ว่า แซม ไรมี่ ทำหนัง 3 มิติ ออกมาได้ดีทีเดียว สิ่งที่ 2 คือ การคัดเลือกตัวแสดงหรือถึงการสร้างตัวละคร เจมส์ ฟรังโก้ ในบท ออซ นักมายากลจอมปลิ้นปล้อน ที่แสดงบทของคนเจ้าเล่ห์ หน้าเงิน และเห็นแก่ตัว ได้อย่างที่ทำให้เรารู้สึกเกลียดชัง แต่เมื่อหนังดำเนินไปและค่อยๆ เปลี่ยนเขา ก็ทำให้เรากลับมาเอาใจช่วยให้เขาสามารถกู้ดินแดนออซให้ได้ ในขณะที่ทั้่ง 3 แม่มดทรงเสน่ห์ ธีโอโดร่า (มิล่า คูนิส) เอวาโนร่า (ราเชล ไวล์ซ) และ กลินดา (มิเชล วิลเลี่ยมส์) ทุกคนต่างขึ้นกล้องมากและตัวแสดงสาวสวยทั้ง 3 ยังมอบการแสดงที่ไม่น่าเบื่อหน่ายแถมชวนติดตามได้ตลอด

Snitch ยอดคนธรรมดา ท้อไม่เป็น สาวก เดอะร็อค ห้ามพลาดก่อนจะถึงภาพยนตร์ต่อสู้สุดระห่ำที่ป๋า ร็อค แกจะได้เป็นตัวแสดงนำ และ ตัวประกอบ อย่าง G.I.Joe 2 และ Fast & Furious 6

snitch

ทุกท่านอาจจะเคยเห็นหนังการต่อสู้ ที่ปะหัวตัวเองไว้ว่า สร้างจากเหตุการณ์จริง แต่ล้วนแล้วทั้งมวลที่ตัวหนังเหล่านั้นต่างนำเสนอ ก็เห็นจะเพิ่มสี แต่งกลิ่น ให้กับเหตุการณ์จนเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าตกลงแล้วส่วนไหนที่ตัวหนังบอกว่า จัดทำจากเหตุการณ์จริง กันแน่ เพราะทุกสิ่งทั้งมวลมันดูแลเป็นหนังไปหมด ว่าแล้วดูเหมือนผกก.ของ Snitch จะทำการบ้านมาดี ด้วยการเดินเรื่อง พยายามยึดตามหลักของ เหตุการณ์จริงแทบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น สถานการณ์บีบคั้น ฉากแอ็คชั่นที่ดูไม่เว่อเกินเหตุ หรือแม้แต่ตัวผู้แสดงก็ตาม และผลของมันที่ออกมาก็ถือได้ว่ามีทั้งข้อดี และ ข้อเสีย ในการยึดตามหลักความเป็นจริงของเหตุการณ์ที่ตัวหนังยืมมาทำ โดยในข้อดีของตัวหนังที่ต้องขอเคารพนับถือคือ การที่ตัวหนังสามารถสร้างน้ำ สร้างเนื้อ ให้กับนักแสดงทั้งหลาย ดูแล้วรู้สึกว่า ‘เออ เอ็งเป็นคนปกติธรรมดา ไม่ใช่วีรบุรุษผู้เก่งกล้ามาจากไหน’ แม้แต่กระทั่ง เดอะ ร็อค ที่เรื่องนี้ต้องใช้ฝีมือการแสดง มากกว่าแสดงพละกำลังแบบหนังการต่อสู้ตลาดเรื่องก่อนๆ และผลสรุปของสิ่งเหล่านี้ก็ถือว่าออกมาค่อนข้างโอเคพอสมควรเลยทีเดียว เพราะเมื่อการที่ตัวหนังไม่ได้มีฉากที่เว่อจนเกินไป จึงทำให้หลายๆฉากในการแฝงตัวเข้าไปสืบสวนของ ตัวสำคัญ สามารถสร้างสถานการณ์ที่บีบคั้นได้ในประมาณนึง และการชี้ให้เห็นในบทดราม่าของ เดอะ ร็อค ก็ดูไม่แย่ไปซะทีเดียวเลยด้วยเช่นกัน จนทำให้เมื่อทั้ง สถานการณ์ นักแสดง และ การแสดง ที่ออกมันจึงดูแล้วรู้สึกจริง สามารถจับต้องความเป็นผู้เป็นคนได้ แบบที่เราไม่ค่อยจะได้เห็นหนังทริลเลอร์ที่แปะหัวว่า สร้างจากเหตุการณ์จริง ทำได้ดีเท่านี้สักเท่าไหร่นัก

ป๊ะป๋าที่ลูกชายถูกกล่าวหาว่าเข้าไปข้องแวะกับเรื่องผิดกฏหมายและกลาย เป็นแพะรับบาปรับโทษจำคุกถึง 10 ปี เขาตั้งใจพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของลูกชายจึงรับอาสาเข้าไปเป็นสายใน ขบวนการค้ายาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อสาวไปถึงตัวการที่แท้จริง ชีวิตที่ต้องเสี่ยงอันตรายต่อการถูกจับได้ โดยที่เขาเองก็ไม่เคยถูกฝึกซ้อมมารับมือกับสภาวะอันตรายที่ผิดพลาดเพียง นิดก็อาจหมายความถึงชีวิต สร้างจากเรื่องจริงของปฏิบัติการณ์ล้างบางเจ้าพ่อค้ายาที่ลือไปทั่วอเมริกา วีรบุรุษติดดินผู้บ้าเหนือนรก Snitch กำกับการแสดงโดย ริค โรแมน วอห์น ผู้กำกับการแสดงภาพยนตร์หน้าใหม่ที่ก้าวจากการเคยเป็นสตันท์ มากำกับหนังแทน โดยหลังจากในปี 2008 เขาเคยโหมโรงของเขาด้วยหนังทุนต่ำ แต่คำวิจารณ์ออกมาค่อนข้างดีกันไปแล้วกับ Felon ที่คราวนั้นได้ วาล คิมเมอร์ มาร่วม และในตอนนี้เขากลับมาพร้อมกับหนังเรื่องใหม่ที่ได้ เดอะ ร็อค มาเล่นบทเป็น ป๊ะป๋ายอดนักรบ